สำรวจคอลเลกชันบทความของเราในหมวดหมู่ต่างๆ

การใช้อำนาจเกณฑ์แรงงานราษฎรในยุคประชาธิปไตยซึ่งขัดกับหลักสิทธิเสรีภาพนี้ หลวงอังคณานุรักษ์ยอมรับว่า “งานทั้งหลายที่กล่าวมาสำเร็จด้วยหยาดเหงื่อแรงงานและทรัพย์สินของราษฎรทั้งสิ้น ข้าพเจ้ายอมรับว่าอาจเป็นการรอนสิทธิเสรีภาพอยู่บ้าง แต่เพื่อประโยชน์อันเป็นส่วนรวม

Naga Expedition (1959–1961) ถือเป็นโครงการสำรวจทางสมุทรศาสตร์ที่เชื่อมโยงวิทยาศาสตร์ธรรมชาติเข้ากับภูมิรัฐศาสตร์ของยุคสงครามเย็น โดยอาศัยหลักฐานจากคลังดิจิทัลของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานดิเอโก (UC San Diego Library Digital Collections) เป็นแหล่งข้อมูลหลัก การศึกษาพบว่าโครงการดังกล่าวมิได้มีเพียงเป้าหมายด้านการสำรวจทรัพยากรทางทะเลในอ่าวไทยและทะเลจีนใต้ตอนใต้เท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการสร้างเครือข่ายนักวิทยาศาสตร์ การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการขยายอิทธิพลเชิงวิชาการของสหรัฐอเมริกาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าอ่าวไทยถูกทำให้เป็น “พื้นที่ความรู้” (epistemic space) ผ่านกระบวนการสำรวจ การจำแนก และการจัดทำรายงานวิชาการ ซึ่งมีนัยทั้งทางวิทยาศาสตร์และการเมืองในเวลาเดียวกัน

“นันโทปนันทสูตรคำหลวง” มีลักษณะเป็นวรรณกรรมคำสอนทางศาสนาก็จริง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีนัยยะเกี่ยวข้องกับเรื่องทางโลกย์ โดยเฉพาะชีวิตความเป็นไปของตัวผู้ประพันธ์เอง ไม่ต้องแขวนป้าย “เพื่อชีวิต” ก็ไม่ได้หมายความว่าเรื่องเหล่านั้นจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตคนแต่อย่างใด โดยเฉพาะสำหรับในที่นี้คือชีวิตของผู้แต่ง (เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร/กุ้ง) เอง

ขณะเมื่อปรีดีทำการอภิวัฒน์ 2475 นั้น ปรีดีอายุ 32 ปี อาจดูเป็นอายุที่น้อย ยังหนุ่มอยู่มาก แต่เมื่อลองนึกย้อนดูว่า ปรีดีเริ่มมีจิตสำนึกรับรู้เรื่องการอภิวัฒน์มาตั้งแต่ยังอายุ 11 ปีแล้ว ก็ยิ่งมหัศจรรย์เข้าไปใหญ่ แต่ทั้งหมดนี้ก็เป็นสิ่งที่ไม่ยากเกินจะเข้าใจ ถ้าเรามองประวัติปรีดีโดยไม่ละเลยหรือพูดถึงแต่เพียงผ่านๆ (แบบที่เป็นมา) เกี่ยวกับชีวิตวัยเด็กของปรีดี 11 ขวบนั้นก็ย่างเข้าสู่วัยรุ่นและรู้เรื่องรู้ราวอะไรต่อมิอะไรบ้างแล้ว

บทบาททางการเมืองของตระกูลจีนในท้องถิ่นร้อยเอ็ดมีความน่าสนใจอย่างมาก เพราะเป็นการพัฒนาจากการเป็นเพียงพ่อค้าอพยพที่ต้องอิงอำนาจรัฐ สู่การเป็นผู้เล่นหลักที่ผูกขาดการเมืองท้องถิ่นและมีบทบาทสำคัญในระดับชาติ ซึ่งมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับความสำเร็จทางเศรษฐกิจและการกลมกลืนทางสังคม

การขยายตัวของตลาดผู้อ่านเกิดขึ้นควบคู่ไปกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม โดยเฉพาะการขยายตัวของประชากรที่มีอาชีพและมีกำลังซื้อ รวมถึงบทบาทของผู้หญิงในฐานะผู้อ่านและแรงงานที่ขยายตัวมากขึ้น การอ่านจึงไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในกลุ่มชนชั้นกลางเดิม แต่แทรกซึมเข้าไปในชีวิตประจำวันของผู้คนหลากหลายกลุ่ม การเติบโตของอุตสาหกรรมการพิมพ์ในช่วงทศวรรษ 2490 – 2500 จึงสะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างการผลิต เทคโนโลยี และโครงสร้างทางสังคม ที่วางรากฐานให้กับสังคมการอ่านของไทยขยายตัวต่อไป
การศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่นในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมาให้ความสำคัญกับ “เสียงของผู้คนตัวเล็กตัวน้อย” มากขึ้น อันเป็นส่วนหนึ่งของการขยายพรมแดนทางประวัติศาสตร์จากมุมมองรัฐและชนชั้นนำ ไปสู่ผู้กระทำการในระดับฐานราก การใช้หลักฐานประเภทคำบอกเล่า และความทรงจำร่วม ของสมาชิกในชุมชนจึงกลายเป็นวิธีการสำคัญในการเข้าถึงประสบการณ์ทางประวัติศาสตร์ของผู้คน ภายใต้บริบทของสังคมไทย กิจกรรม “เวทีชาวบ้าน” ในฐานะกระบวนการมีส่วนร่วมทางสังคม

ถ้าจะเรียกว่า ครูกมล เกตุสิริเป็น นักมานุษยวิทยาดนตรีไทยที่ถูกหลงลืม the most forgotten Thai ethnomusicologist คนหนึ่งก็ว่าได้ แม้กระทั่งโลกการศึกษาที่ก้าวหน้าไปในยุคนี้ก็ไม่เห็นมีสถาบันไหน มหาวิทยาลัยใด ที่ให้ความสนใจท่านจริงๆเลย เป็นคนที่ถูกทำให้สาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย น่าเสียดายเหตุการณ์ประวัติศาสตร์สังคมและเส้นทางชีวิตของท่านมาก

เมื่อการสถาปนาธนบุรีมีเหตุผลเพียงเท่านั้น ในทางกลับกันก็จึงไม่เป็นการยากที่จะเป็นเหตุผลแก่การย้ายมาตั้งเมืองหลวงแห่งใหม่ขึ้นที่อีกฝั่งของแม่น้ำ เหตุใดผู้ชำระพระราชพงศาวดารซึ่งเป็นพระภิกษุชั้นผู้ใหญ่ในต้นรัตนโกสินทร์ ผู้ซึ่งได้รับการยกย่องจากนักประวัติศาสตร์รุ่นหลังว่า ผลงานเขียนแสดงออกถึง “กลิ่นอาย” ของมุมมองประวัติศาสตร์นิพนธ์แบบสมัยใหม่บ้างแล้วนั้น จึงอธิบายเหตุผลของการย้ายกรุงว่าเป็นเพราะผู้นำเช่นพระเจ้าตากโดนผีหลอก บางทีมีผีมาเข้าฝันจริงหรือไม่ พระเจ้าตากและผู้ชำระพระราชพงศาวดารในต้นรัตนโกสินทร์เท่านั้นที่รู้

เพลง “สุโขทัยระทม” มีที่มาจากเหตุอัคคีภัย (ไฟไหม้) ครั้งใหญ่ที่ตลาดอำเภอเมืองจังหวัดสุโขทัยบริเวณวัดราชธานี เมื่อวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2511